สรุปอัปเดต Codex Thursday จาก OpenAI รวม 4 ฟีเจอร์ใหม่ — คุม Mac ตอนจอล็อก, Goal Mode ทำงานยาวข้ามวัน, Appshots และ Advanced Annotation Mode

OpenAI ปล่อยอัปเดต Codex รอบใหม่ในชื่อ "Codex Thursday" เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2026 รวม 4 ฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดพร้อมกัน ไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ Codex สั่งงานแอปบน Mac ได้ แม้เครื่องจะล็อกและจอดับสนิท แถมสั่งจากมือถือได้ด้วย
นี่ไม่ใช่แค่อัปเดตเล็กๆ แต่เป็นก้าวที่ทำให้ Codex ขยับจาก "ผู้ช่วยเขียนโค้ด" ไปเป็น "AI ที่ทำงานแทนได้จริงแบบไม่ต้องเฝ้า" บทความนี้สรุปทุกฟีเจอร์ว่าทำอะไรได้ ใช้งานยังไง และที่สำคัญ — มีข้อควรระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวที่ต้องรู้ก่อนเปิดใช้
ช่วงหลัง OpenAI ปล่อยอัปเดต Codex เป็นชุดทุกสัปดาห์ในวันพฤหัสบดี จนคนเรียกติดปากว่า "Codex Thursday" รอบนี้มาในเวอร์ชัน 26.519
สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก — Codex คือ AI agent สำหรับงานเขียนโค้ดและงานอัตโนมัติของ OpenAI ต่างจาก ChatGPT ทั่วไปตรงที่มันไม่ได้แค่ "ตอบ" แต่ลงมือ "ทำ" ได้จริง เช่น แก้โค้ดในโปรเจกต์ รันคำสั่ง ทดสอบ และตอนนี้ยัง ควบคุมหน้าจอคอมพิวเตอร์ ได้ด้วย ใช้งานผ่านได้ทั้งแอปบนเครื่อง (Codex app), ส่วนขยายใน IDE และ CLI
มาดูทีละฟีเจอร์ว่ารอบนี้ได้อะไรมาบ้าง
| ฟีเจอร์ | ทำอะไรได้ |
|---|---|
| Computer Use (Locked Use) | คุมแอปบน Mac ได้แม้เครื่องล็อกจอดับ สั่งจากมือถือได้ |
| Appshots | กดปุ่มเดียวส่งหน้าจอแอปที่เปิดอยู่เข้า Codex ทันที |
| Goal Mode | ตั้งเป้าหมายแล้วให้ Codex ทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงถึงหลายวัน |
| Advanced Annotation Mode | คลิกแก้หน้าตาเว็บโดยตรง แทนการพิมพ์อธิบายยาวๆ |
ฟีเจอร์ Computer Use ทำให้ Codex มองเห็นและควบคุมแอปบน Mac ได้ — คลิก พิมพ์ เลื่อนหน้าจอ เหมือนมีคนนั่งใช้เครื่องอยู่ ของเดิมมีมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่รอบนี้สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ Locked Use ที่ให้ Codex ทำงานต่อได้ แม้เครื่องจะล็อกอยู่ และยังสั่งงานจาก iPhone ผ่าน Codex Mobile ได้ด้วย
ทุกครั้งที่ Codex จะใช้แอป มันจะ ขออนุญาตก่อนเสมอ หรือจะตั้งเป็น "Always allow" สำหรับแอปที่ไว้ใจก็ได้ และถ้าเจองานที่ละเอียดอ่อน Codex จะถามยืนยันอีกรอบก่อนลงมือ
เรื่อง "ปล่อยให้ AI ใช้เครื่องตอนเราไม่อยู่" ฟังดูน่ากังวล OpenAI เลยใส่ตัวกันพลาดไว้หลายชั้น:
เหมาะกับงานที่ต้องมี GUI จริงๆ เช่น ตรวจสอบแอปเดสก์ท็อป ทดสอบบั๊กที่เกิดเฉพาะบนหน้าจอ ใช้เบราว์เซอร์ ปรับการตั้งค่า หรือรันงานหลายแอปทิ้งไว้เบื้องหลัง
แต่ก็มีกำแพงกันไว้ชัดเจน — Codex ทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้:
ข้อจำกัดสำคัญ: Computer Use ใช้ได้บน macOS เท่านั้น และ ตอนเปิดตัวยังไม่รองรับในเขต EEA (ยุโรป), สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนผู้ใช้ Windows ยังต้องรอต่อไป — ซึ่งเป็นคำถามที่คนถามมากที่สุดใต้โพสต์
Appshots แก้ปัญหาน่ารำคาญอย่างหนึ่ง — เวลาอยากให้ AI ช่วยเรื่องที่อยู่บนหน้าจอ ต้อง capture รูป อัปโหลด แล้วพิมพ์อธิบายเองทุกครั้ง
ฟีเจอร์นี้ให้ กดปุ่ม Command ทั้งสองข้างพร้อมกัน (หรือตั้ง hotkey เองได้) แล้วหน้าต่างแอปที่เปิดอยู่ด้านหน้าจะถูกส่งเข้า Codex ทันที พร้อมทั้ง screenshot และข้อความในแอปนั้น (รวมถึงข้อความที่อยู่นอกจอด้วย) Codex เลยเข้าใจ "สิ่งที่เราเห็นอยู่" ได้เลยโดยไม่ต้องก๊อปวาง
ลองนึกภาพ — เปิดอีเมลค้างไว้ กด Appshots แล้วบอก Codex ว่า "ช่วยเพิ่มนัดนี้เข้าปฏิทินที" หรือเปิดเอกสารค้างไว้แล้วสั่งให้จัดรูปแบบใหม่ Codex เห็นของจริงทันที
รายละเอียดที่ควรรู้:
Goal Mode ขยับจากสถานะฟีเจอร์ทดลอง มาเป็นฟีเจอร์มาตรฐานเต็มตัว ใช้ได้ครบทั้งใน Codex app, ส่วนขยายใน IDE และ CLI
หลักการคือ แทนที่จะสั่งงานทีละขั้น เราตั้ง "เป้าหมาย" ให้ทีเดียว แล้ว Codex จะทำงานวิ่งไปหาเป้านั้นต่อเนื่องได้ หลายชั่วโมงถึงหลายวัน — แก้โค้ด รันเทส รีวิวงานตัวเอง วนไปจนกว่าจะถึงเป้า
ตัวอย่างเป้าหมายที่ตั้งได้ เช่น "ย้ายโปรเจกต์ทั้งหมดจาก JavaScript ไปเป็น TypeScript ให้ผ่านการ compile ในโหมด strict" Codex จะรับงานก้อนใหญ่ก้อนนี้ไปจัดการเอง โดยมีตัวเลือก Auto-review ให้มันตรวจงานตัวเองระหว่างทาง
นี่คือจุดที่ Codex ขยับจาก "ผู้ช่วย" เป็น "คนทำงานแทน" จริงๆ เหมาะกับงานใหญ่ที่กินเวลา และเราไม่ต้องนั่งเฝ้า
แต่ต้องคิดเผื่อ: งานที่รันยาวโดยไม่มีคนดู ถ้ามันพลาดกลางทาง กว่าจะรู้ก็อาจเสียเวลาไปเยอะ ผู้ใช้หลายคนเลยถามหาระบบ log ที่ละเอียดขึ้นเพื่อย้อนตรวจได้ และอย่าลืมว่า ยิ่งทำงานนาน ยิ่งกิน token — ต้องดูค่าใช้จ่ายด้วย
ฟีเจอร์สุดท้ายเป็นของสาย frontend และงานออกแบบ Advanced Annotation Mode คือโหมดให้ feedback กับ Codex แบบ "ชี้แล้วแก้" แทนการพิมพ์อธิบายยาวๆ
เวลา Codex สร้างหน้าเว็บมาให้ เราสามารถคลิกเลือก element ใดก็ได้บนหน้านั้น (เช่น หัวข้อ หรือกล่อง div) แล้วปรับค่าได้ทันที — สีตัวอักษร ขนาดฟอนต์ ระยะห่าง spacing — Codex จะรับสัญญาณนี้ไปแก้ตามได้ตรงจุดกว่าการบอกด้วยคำพูด
ใครเคยพยายามอธิบาย AI ว่า "ขยับตรงนี้ขึ้นนิดนึง สีอ่อนกว่านี้หน่อย" คงเข้าใจว่ามันยากแค่ไหน ฟีเจอร์นี้ทำให้การปรับ UI/UX ร่วมกับ Codex ลื่นขึ้นเยอะ
ถ้าดูทั้ง 4 ฟีเจอร์รวมกัน จะเห็นทิศทางชัดเจน OpenAI ไม่ได้อยากให้ Codex เป็นแค่ "AI ที่ตอบคำถามเรื่องโค้ด" แต่อยากให้มันเป็น เพื่อนร่วมงานที่ทำงานได้จริง 24 ชั่วโมง บนอุปกรณ์ส่วนตัวของเรา
เส้นทางการพัฒนาเป็นขั้นๆ — จากช่วยเขียนโค้ด ไปสู่ควบคุมเครื่องได้ ทำงานยาวข้ามวันได้ และร่วมงานแบบเห็นภาพได้ ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของกระแส agentic AI (AI ที่ลงมือทำเอง ไม่ใช่แค่ตอบ) ที่กำลังมาแรงตลอดปี 2026
ปฏิกิริยาจากผู้ใช้ใต้โพสต์มีทั้งสองด้าน ฝั่งตื่นเต้นบอกว่า "แก้บั๊กจากบนเตียงได้แล้ว" และ "Mac ล็อกอยู่แต่ยังทำงานต่อได้ = เปลี่ยนเกม" ส่วนฝั่งกังวลก็ยกเรื่องความเป็นส่วนตัว ความเร็ว ค่า token และคำถามคลาสสิก "แล้ว Windows เมื่อไหร่"
ฟีเจอร์พวกนี้ทรงพลังจริง แต่ก่อนกดเปิด ควรชั่งน้ำหนักให้ดี:
หลักง่ายๆ คือ — เริ่มจากงานเล็กที่ไว้ใจได้ก่อน อยู่ดูใกล้ๆ ในช่วงแรก แล้วค่อยขยายความเชื่อใจเมื่อเห็นว่ามันทำงานได้ตามคาด
Codex Thursday รอบนี้คืออัปเดตที่ผลัก Codex เข้าใกล้คำว่า "AI ที่ทำงานแทนคนได้จริง" มากขึ้นอีกขั้น — คุม Mac ได้แม้จอล็อก (Computer Use), ดึง context จากหน้าจอด้วยปุ่มเดียว (Appshots), ตั้งเป้าให้ทำงานยาวข้ามวัน (Goal Mode) และแก้หน้าเว็บด้วยการคลิก (Advanced Annotation Mode)
ถ้าใช้ Codex อยู่แล้วและเครื่องเป็น Mac ลองเปิด Computer Use กับ Goal Mode ดูได้เลย แต่แนะนำให้เริ่มจากงานเล็กๆ ที่ไม่ละเอียดอ่อนก่อน เพื่อดูพฤติกรรมของมันให้ชิน ส่วนใครใช้ Windows หรืออยู่ในยุโรป/UK/สวิตเซอร์แลนด์ รอบนี้ยังต้องรอต่อไป
ภาพใหญ่ที่ควรจับให้ได้คือ — เครื่องมือ AI ปี 2026 ไม่ได้แข่งกันที่ "ตอบเก่งแค่ไหน" อีกแล้ว แต่แข่งกันที่ "ทำงานแทนเราได้จริงแค่ไหน" ใครเข้าใจและใช้เครื่องมือกลุ่ม agentic AI เป็นก่อน ก็ได้เปรียบก่อน
อยากใช้ AI ทั้ง Codex, ChatGPT, Claude และเครื่องมืออื่นๆ ให้ทำงานแทนได้จริงแบบรู้ลึก ดูคอร์สทั้งหมดได้ที่ aongai.app/courses หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE OA เพื่อรับอัปเดตข่าว AI ใหม่ๆ ก่อนใคร
ดูคอร์ส AI ภาษาไทยของเรา สอนตั้งแต่เริ่มต้น ใช้ได้จริง

Anthropic แจก credit ฟรีให้ผู้ใช้ Claude ตั้งแต่ $20 ถึง $200 ตามแพลน เคลมได้ถึง 17 เมษายน 2026 แต่มีข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนกด

Google เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล AI Pro จาก 2TB เป็น 5TB โดยไม่ขึ้นราคา พร้อมฟีเจอร์ใหม่ Gemini ใน Workspace, Chrome Auto Browse และ Google Home Premium ฟรี

Claude Code เพิ่มคำสั่ง /autofix-pr ให้สร้าง PR แล้ว AI ดูแลต่อได้เอง แก้ CI fail ตอบ reviewer อัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งเฝ้า